💡 กฎการสะท้อนของแสง (Law of Reflection)
เมื่อลำแสงตกกระทบผิวสะท้อน (เช่น กระจกเงาราบ) จะเกิด การสะท้อน โดยมีกฎดังนี้:
กฎการสะท้อน: θi = θr
- มุมตกกระทบ (θi) = มุมระหว่างรังสีตกกระทบกับเส้นปกติ (Normal)
- มุมสะท้อน (θr) = มุมระหว่างรังสีสะท้อนกับเส้นปกติ (Normal)
- รังสีตกกระทบ, เส้นปกติ, และรังสีสะท้อน อยู่ใน ระนาบเดียวกัน
📏 เส้นปกติ (Normal Line) คืออะไร?
เส้นปกติ คือเส้นที่ ตั้งฉาก กับผิวสะท้อน ณ จุดที่แสงตกกระทบ เราวัดมุมตกกระทบและมุมสะท้อนจากเส้นนี้เสมอ
🪞 การสร้างภาพในกระจกเงาราบ
ภาพที่เกิดจากกระจกเงาราบมีสมบัติดังนี้:
- เป็น ภาพเสมือน (virtual image) — อยู่หลังกระจก
- ขนาดภาพ เท่ากับ ขนาดวัตถุ
- ระยะภาพหลังกระจก เท่ากับ ระยะวัตถุหน้ากระจก
- ภาพ ตั้งตรง แต่ กลับซ้าย-ขวา (lateral inversion)
👁 พารัลแลกซ์ (Parallax) กับการเล็งเข็มหมุด
พารัลแลกซ์คืออะไร?
พารัลแลกซ์ (Parallax) คือปรากฏการณ์ที่วัตถุหลายชิ้นดูเหมือนอยู่ตรงแนวเดียวกัน เฉพาะบางมุมมองเท่านั้น แต่เมื่อเปลี่ยนมุมมอง (ขยับศีรษะ) จะเห็นว่าวัตถุ แยกออกจากกัน เพราะจริงๆ แล้ววัตถุอยู่ คนละระยะ
- มีพารัลแลกซ์ = วัตถุตรงแนวกัน เฉพาะมุมมองเดียว → เปลี่ยนมุมมองแล้วแยกออก → เกิดเมื่อวัตถุอยู่ คนละระยะ
- ไม่มีพารัลแลกซ์ = วัตถุตรงแนวกัน ทุกมุมมอง ไม่ว่าจะขยับศีรษะอย่างไร → เกิดเมื่อวัตถุอยู่ ตำแหน่งเดียวกัน (ซ้อนทับกันจริง)
พารัลแลกซ์ในการทดลองนี้
ในการทดลองสะท้อนแสงด้วยเข็มหมุด เข็มหมุดทั้ง 4 ตัว (P₁, P₂ จริง กับ P₃, P₄ จริง) และภาพเสมือน (P₁', P₂') อยู่ คนละระยะ จากตา ดังนั้น:
- การที่ P₃, P₄ ตรงแนวกับ P₁', P₂' ในกระจก เป็นการตรงแนว เฉพาะมุมมองเดียว → นี่คือ พารัลแลกซ์
- ถ้าขยับศีรษะไปมุมอื่น เข็มหมุดจะ แยกออก ไม่ตรงแนวอีก
- จึงต้องเล็งจาก มุมเดียวที่ถูกต้อง เท่านั้น ถึงจะเห็นเข็มหมุดทั้ง 4 ตัวเรียงเป็นเส้นตรง
💡 ทดลองใน simulation: หลังวาง P₃, P₄ แล้ว กด "มุมจากตา" ในภาพ 3D แล้วลากภาพเล็กน้อยเพื่อขยับสายตาไปซ้าย-ขวา → สังเกตว่าหมุดจริงกับภาพในกระจกแยกออกจากกันทันทีที่ออกจากแนวที่ถูกต้อง = พารัลแลกซ์
📐 การคำนวณ %Error
%Error = |θที่กรอก − θจริง| ÷ θจริง × 100
ทำไม %Error จริงไม่เป็น 0?
เกิดจากความคลาดเคลื่อนในการวัด: วางกระจกไม่ตรง, ปักเข็มหมุดไม่ตรง, อ่านค่าโปรแทรกเตอร์คลาดเคลื่อน, หรือเกิดพารัลแลกซ์ขณะเล็งเข็มหมุด